พบจิตแพทย์ ไม่ได้แปลว่า ‘บ้า’

หลายคนเข้าใจว่า ‘จิตแพทย์’ นั้น มีหน้าที่รักษาผู้ป่วยจิตเวชเท่านั้น แล้วถ้าเราอยากพบจิตแพทย์ คนอื่น ๆ จะว่าเรา ‘เป็นบ้า’ ไหมนะ

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ‘จิตแพทย์’ มีหน้าที่อย่างไร รักษาอาการอะไรได้บ้าง แล้วอาการแบบไหนถึงจะเรียกว่า ‘บ้า’ อาการที่หลายคนต้องเผชิญอยู่เรียกว่า ‘บ้า’ หรือเปล่านะ ?

.

จิตแพทย์ คือ แพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในการดูแลรักษาผู้ที่มีอาการผิดปกติ หรือต้องการความช่วยเหลือทางจิตใจ ซึ่งผู้ที่เข้ามารับการรักษานั้นมีความหลากหลายมาก บางคนอาจจะมีอาการทางจิตที่ผิดปกติชัดเจน เช่น อาการหูแว่ว หวาดระแวง พฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไป หรือมีอาการวิตกกังวล ซึมเศร้าท้อแท้ จนรบกวนต่อการใช้ชีวิต ขณะที่บางคน อาจมีภาวะเครียด นอนไม่หลับ หรือต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาในชีวิตบางอย่าง

.

พบจิตแพทย์ = บ้า?

Schizophrenia หรือ โรคจิตเภท เป็นโรคความผิดปกติทางจิตที่รุนแรงและเรื้อรัง ส่งผลต่อการพูด การคิด การรับรู้ ความรู้สึก และการแสดงออกของผู้ป่วย ทำให้ผู้ป่วยมีอาการต่าง ๆ อย่างประสาทหลอน พูดคนเดียว หลงผิด ปลีกตัวจากสังคม หรือไม่สามารถใช้ชีวิตในสังคมได้ตามปกติ คนส่วนใหญ่มักจะเรียกคนกลุ่มนี้ว่า ‘คนวิกลจริต หรือ ‘คนบ้า’

.

แต่ในความเป็นจริง มีโรคทางจิตเวชอีกหลายโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้กับบุคคลทั่วไปและบุคคลเหล่านั้นยังสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ พึ่งพาตนเองได้ สาเหตุของโรคนั้นผู้ประสบปัญหาอาจได้รับผลกระทบบางอย่างจากสภาพแวดล้อมรอบตัว เช่น ครอบครัว การเรียน การทำงาน และสังคม หรืออาจเป็นความผิดปกติของระบบการทำงานของร่างกายและความผิดปกติของการหลั่งสารบางชนิดในสมอง ทำให้มีความผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกายและจิตใจ เช่น

นอนไม่หลับ ผมร่วง น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างรวดเร็ว อารมณ์แปรปรวนง่าย ไม่มีสมาธิ  หลงลืม หดหู่ หมดความหวัง จนบางครั้งถึงขั้นไม่อยากมีชีวิตอยู่ และอยากฆ่าตัวตาย

อันเป็นผลมาจากโรคต่าง ๆ เช่น โรคเครียด โรคซึมเศร้า โรคไบโพลาร์ โรคแพนิค หรือโรคสมองเสื่อม ซึ่งการรักษาอาการเหล่านี้เหมือนจะเป็นอาการทางใจที่ใช้การปรึกษาบำบัดก็เพียงพอแล้ว แต่ในความเป็นจริง การรักษาอาจต้องใช้ ‘ยา’ ทางการแพทย์ ดังนั้นผู้เชี่ยวชาญที่สามารถตรวจสอบ รักษา และดูแลสุขภาพด้านนี้ให้กับคนไข้ ก็ต้องเป็น ‘จิตแพทย์’ นั่นเอง

.

สรุป คือ พบจิตแพทย์ ไม่ได้แปลว่า ‘บ้า’ นะคะ เมื่อรู้ตัวว่าเกิดความผิดปกติขึ้น รู้สึกไม่สบายกาย ไม่สบายใจ ก็ควรจะต้องพบคุณหมอ เพราะถ้าสาเหตุมาจากความผิดปกติการหลั่งสารในสมองจริง ๆ หละก็ รู้เร็ว รักษาเร็ว หายเร็วค่ะ ^^

.

เครียดแค่ไหน ต้องพบแพทย์ ???

การใช้ชีวิตในสังคมทุกวันนี้ก่อให้เกิดความเครียดได้ง่ายมาก ทั้งสภาพสังคม เศรษฐกิจ การเงิน รวมถึงโรคระบาดที่เกิดขึ้น ทำให้กระทบต่อการดำเนินชีวิตและทำงานอย่างมาก บางคนอาจเครียดโดยไม่รู้ตัว สะสมไปเรื่อย ๆ จนเกิดความผิดปกติขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัวและไม่รู้วิธีรับมือ เราจึงต้องหมั่นสังเกตความผิดปกติของสภาพร่างกายและจิตใจของเราอยู่เสมอ

.

สัญญาณเตือนด้านอารมณ์

มีความทุกข์ใจ ซึมเศร้า กังวลตลอดเวลา

มีอารมณ์หงุดหงิดมากผิดปกติ

รู้สึกเครียดตลอดเวลา แม้แต่ในทันทีหลังตื่นนอนตอนเช้า

.

สัญญาณเตือนด้านความคิด

เนื้อหาความคิดผิดเพี้ยนไปจากเดิม

ไม่มีสมาธิในการทำงาน ทำกิจกรรมต่างๆ

หลงลืมสิ่งต่าง ๆ มากกว่าผิดปกติ

การตัดสินใจช้าลงหรือการแก้ไขปัญหาไม่ได้

ได้ยินเสียงแว่วหรือเห็นภาพที่ผู้อื่นไม่เห็น

มีความคิดทำร้ายตนเอง และความคิดว่ามีคนมาปองร้าย ความคิดฟุ้งซ่าน

.

สัญญาณเตือนด้านพฤติกรรม หรือ ด้านร่างกาย

ปล่อยตัว ไม่ดูแลตัวเองจนสภาพร่างกายทรุดโทรม

นอนไม่หลับหรือนอนมากเกินปกติ

เบื่ออาหาร หรือรับประทานอาหารมากเกินปกติ น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นและลดลงอย่างรวดเร็ว

ใช้จ่ายฟุ่มเฟื่อยมากขึ้น ใช้จ่ายโดยไม่ยั้งคิด

ดื่มเหล้าหรือสูบบุหรี่มากขึ้น

.

อาการเหล่านี้เป็นข้อสังเกตเบื้องต้นที่จะช่วยประเมินอาการของเราได้ หากเรารู้ตัวได้เร็ว โรคเหล่านี้ก็จะไม่ใช่โรคที่น่ากลัวเลย นอกจากความผิดปกติของตัวเองแล้ว ลองสังเกตอาการของคนรอบข้างด้วยนะคะ บางคนไม่รู้ตัวเองเลยว่ากำลังพบเจอกับโรคเหล่านี้อยู่ หลายครั้งที่คนรอบข้างกลายเป็นคนที่สังเกตเห็นความผิดปกติได้ชัดเจนมากกว่าเจ้าตัวเสียอีก พากันไปพบแพทย์ เยียวยารักษาความเจ็บปวดให้สุขภาพกายและใจแข็งแรงกันนะคะ 💓

สายด่วนสุขภาพจิต 📞 1323

.

Leave a Reply

Your email address will not be published.